Beru bell
Beru bell
  • Home
  • Beauty
    • makeup
    • skincare
    • hair & nail
    • perfume
  • lifestyle
    • fashion
    • food & travel
  • art & craft
  • Contact Us

สวัสดีทุกคน!

 

ฟื้นบำรุงผิวแบบปังๆ ด้วยเซรั่มตัวนี้ “Cellcosmet Cellective Serum”
 เค้าเป็นสกินแคร์สุดพรีเมี่ยม จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ บอกเลยว่าเริศเกิน! เพราะเค้าบำรุงด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัด ที่เรียกว่าบำรุงลึกถึงระดับเซลล์!

การหาสกินแคร์ดีๆ สักตัว เหมือนเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุ้มค่า เป็นของขวัญให้ตัวเองซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ใช้ต้องดีที่สุด เหมาะกับสภาพผิวช่วงวัย 30+ ที่เป็น Working Woman เลยได้มาเปิดใจใช้น้องคนนี้ 💕


จากสรรพคุณเซรั่ม Cellcosmet สูตร Cellective Serum ด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัด ที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ 
เค้าช่วยบำรุงผิวได้อย่างครอบคลุมในปัญหาผิวที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเรื่องริ้วรอย ผิวขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ ส่วนผสมต่างๆ ที่เค้าใส่มาให้อัดแน่น และน่าสนใจมากๆ อย่าง พลังสารสกัดจาก CytoPep & Expert Hyaluron Complex ที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้อิ่มเอิบ เปล่งปลั่ง!


เนื้อเซรั่มเนื้อสีทองใสๆ มีกลิ่มหอมธรรมชาติ ผ่อนคลายมากๆ 
และที่สำคัญนวดลงผิวแล้วซึมผิวไวสุด 


ปกติเราใช้เซรั่มตัวนี้ทั้งเช้า และเย็นหลังล้างหน้า หลังใช้คือผิวแข็งแรง อิ่มน้ำ และฟื้นฟูผิวที่โทรมจากการทำงานของเราได้ดีมากๆ แนะนำเลย สำหรับสาวๆ ที่อายุ 30+ อยากหาเซรั่มปังๆ คุ้มค่าแก่การลงทุนสักตัว 
ขอมอบมงให้กับน้องเซรั่ม  Cellcosmet Cellective Serum  ตัวนี้เลย 


เราขอยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในใจเราเลยช่วงนี้เลย! คุ้มค่า!

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยน้า
จุ้บ💕













ความลิปทิ้นต์บาล์ม Guerlain Kiss Kiss Bee Glow รุ่นนี้คือฉ่ำมากก เหมือนได้รับการบำรุงปากไปด้วย


ใช้แล้วปลื้มปริ่ม อย่างเราเป็นคนปากแห้ง ปากแตก ปากซีด คือทาตัวนี้แล้วจบสวยเลย หน้าสดทาก็รอด สำหรับทาในวันสบายๆ แถมติดทนเกินคาด ปกติเราชอบทาทับสองชั้น ทิ้งไว้สักพักไปทานขนม สีชมพูนางยังติดระเรื่อที่ปากอยู่เลย และใดๆ คือสีนี้สวยมากกก #258 Rose Glow แนะนำเลย!💕
 

#ซื้อเองจ้า 

 









 แป้งผิวนวลสวยลูกคุณมาก ยกให้คุณเค้าเลย “KANEBO MELTY FEEL WEAR”




เนื้อแป้งเค้าสัมผัสเบาสบาย ไม่หนักผิวเลย เพราะเค้าบอกว่าแป้งตัวนี้เค้ามีทดสอบเทคโนโลยี AI Beauty คนทาแป้งตัวนี้ตรวจไม่พบเมคอัพ ! แสดงว่าผิวดูสวยธรรมชาติ แบบไม่โป๊ะจริงๆ  นอกจากเนื้อบางเบาแล้วยังช่วยเบลอรูขุมขนเรียบเนียนด้วย



สังเกตุได้จากรูปก่อนทา หน้าแก้มเราจะมีรูขุมขนกว้างประมาณนึง ทาลงผิวละมันดูละมุนตุ้นมากๆ และลองทาแป้งตัวนี้แล้วไปทำงาน ทานข้าวใช้ชีวิตในห้องแอร์ ผ่านไป 5 ชม. ผิวยังสวยอยู่เลย อาจมีความมันเงาขึ้นบริเวณจมูก และหน้าแก้มเบาๆ แต่โดยรวมคือไม่ดูมันเยิ้ม แต่ฉ่ำขึ้นกำลังดี สรุปคือผ่านน! สำหรับตัวเราที่เป็นคนผิวขาดน้ำ 



อ้อ! เราแอบเห็นน้องคนนี้เป็นแป้งมหาชน No.1 *จากโพลเพจรีวิวครีมแพงด้วย มันต้องลองไหมล่ะ! อยากให้ทุกคนไปลองสัมผัสเนื้อกัน แป้งตัวนี้มีขายเค้าท์เตอร์ไทยแล้ว ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น BA เค้าเทียบสีได้พอดีผิวเลย ส่วนตัวเราใช้ #PINK OCHRE B จ้า



 สวัสดีค่าทุกคนนน
วันนี้เบลล์มาแชร์ เครื่องสำอางค์ ที่เราใช้สำหรับแต่งหน้าไปงานแต่งด้วยตัวเองแบบชิลล์ๆ แต่สวยหวานฉ่ำ ถ่ายรูปขึ้นกันค่าาาา 

เกริ่นก่อนว่างานแต่งที่เราไปเป็นงานแต่งริมทะเล ในเวลาช่วงเย็นนะคะ 
ธีมงานจะมีความน่ารัก อบอุ่นใจ พร้อมกับยังคงคอนเซป สวยรับลมริมทะเลด้วยค่า  :)) 
สไตล์การแต่งหน้าจึงเน้นความสวย ธรรมชาติ แต่ขับผิวนั่นเอง 

ภาพรวมเครื่องสำอางค์ที่เราใช้สำหรับลุคนี้ค่า
1. รองพื้น BURBERRY ULTIMATE GLOW #10 FAIR WARM 
รองพื้นตัวนี้ให้ผิวที่สวย โกลว์กำลังดีเลยค่ะ ถ่ายรูปแล้วมีความเล่นแสง สวยฉ่ำ คุมมันปานกลาง ใช้แป้งโปร่งแสงเซตติ้งนิดนึงกำลังสวยเลยค่ะ
2. BENEFIT COSMETICS Powmade Brow Pomade #03 
เจลเขียนคิ้วตัวนี้คือเลิฟมากก เขียนง่าย สีกำลังดี ติดทนดีด้วยค่า 
3. Lilybyred EyeLINER #03 น้ำตาลวอลนัต
อายไลน์เนอร์ตัวนี้ ใช้มาไม่ต่ำกว่า 3-4 แท่งแล้ว สำหรับเรารู้สึกติดทน และสีสวยธรรมชาติ เขียนแล้วตาไม่ดุ ดูสวยน่ารัก สำหรับลุคนี้ใช้เขียนแล้วก็ไม่หลุดเลยจนจบงานค่า
4. Kiss me Heroine Make Long UP Mascara Super WP #Black
เรียกว่าที่สุดแห่งมาสคาร่าติดทนสำหรับเรา ใช้จนเลิกนับแท่งไปแล้ว ตัวนี้เป็นสูตรฝาทอง ติดทนขั้นสุด แนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่ขนตาสั้น ขนตาทิ่มลงพื้น แบบเรา น้องคนนี้เค้างัดขึ้นจริงๆค่ะ แถมติดทนมากกกก เหงื่อไหล น้ำตาไหล(ด้วยความซึ้งในงานแต่ง) ก็ไม่หลุดไม่ไหลไม่โป๊ะ​!

5. Tarteist Pro To Go by Tarte 
อายแชโดว์จากทาร์ตตัวนี้ คือขาดไม่ได้เลย เหมาะแก่การพกพาสุดๆ เพราะเราต้องพกไปแต่งหน้าที่พัทยา พกง่าย สีสวย สีแน่นชัด อย่างที่รู้กัน พาเลทนี้เค้าจัดสีมาให้สวยธรรมชาติแต่งง่ายมากๆ ค่า
6. GUERLAIN KISSKISS BEE GLOW #258 rose glow
เราใช้ลิปตัวนี้ทาปากก่อนแต่งหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ปากก่อน จากนั้นไม่พอหลังลงลิป Mac เสร็จเราใช้น้องเค้าลงทับลิปอีกรอบ ให้ปากฉ่ำขึ้นมานิดนึง เพราะลิป Mac เป็นเนื้อแมตต์อาจแห้งไปนิดนั่นเองจ้า ส่วนตัวเรา Recommend น้องเค้าเลย สีสวยฉ่ำ แพคเกจจิ้งก็สวยวิ้งค์ๆ
7. Mac Matte Lip #646 Marrakesh  และ Mac Matte Lip #Kinda sexy
ลิปแมคสองสีนีเอามาทาด้วยกันคือสวยมากกก ตอนแรกเอาสี Kinda Sexy ลงทั่วปาก และใช้สี 646 Marrakesh ลงเฉพาะของปากด้านใน เกลี่ยๆ หน่อย คือสวยเลย!
 สวอชสีลิปให้ดูกันจ้า
ส่วนเซ็ทนี้เราเอาไว้ใช้เสริมค่า 
1. ครีมน้ำหอม Yves Saint กลิ่น BLACK OPIUM ทาตัว ผสมกลิตเตอร์วิ้งค์ๆ ให้ผิวเล่นแสงตอนกลางคืน เราจะไม่ได้ใช้น้ำหอมในลุคนี้ เพราะเป็นงานกลางแจ้งริมทะเล กลัวจะกลิ่นหนักเกินไป ใช้ครีมน้ำหอมแบบนี้จึงเป็นทางออกที่ดีค่า แถมผิวสวยด้วย
2. Canmake Marshmallow Finish Powder #03
ตัวนี้เราพกไว้เผื่อทัชอัพค่า ได้ฟีลผิวนวลๆ สวยธรรมชาติกำลังดี น้องเค้าตอบโจทย์สุดๆ 
จบแล้ววค่า สำหรับเมคอัพที่เราใช้แต่งหน้าไปงานแต่งด้วยตัวเอง เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบแต่งหน้าไปงานกันเองบ้างคะ มีทริคหรือเครื่องสำอางค์ที่อยากบอกต่อ แนะนำเบลล์ได้น้า เอามาแชร์กัน อิอิ

หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ
เจอกันใหม่ค่าาาา














แวะมาป้ายยาสกินแคร์ที่คู่ควรแก่การลงทุนในคนวัย 30+ อย่างเราๆ
อย่าง “LAMER The New Lifting Firming Serum” เซรั่มตัวใหม่ของลาแมร์ ถึงคุณเค้าจะค่าตัวแพง แต่สรรพคุณเค้าเริศเกินเรื่องไปมากกค่ะ

เซรั่มลาแมร์ตัวนี้เค้าเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องผิวไม่กระชับ มีริ้วรอย ผิวขาดน้ำ ต่างๆ เพราะเค้ามีส่วนผสมที่ช่วยเข้าไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาผิววัยเราได้ตรงจุดเลย!
 
สิ่งที่เห็นผลชัดสุดหลังใช้ไป 1 อาทิตย์จะเป็นเรื่องผิวนุ่มฟู มีความยืดหยุ่นแบบใช้มือสัมผัสได้ว่าผิวชั้นนุ่มขึ้นจริงๆนะ ปกติเรามีปัญหาเรื่องผิวขาดน้ำ ผิวกร้านมากขึ้น ตอนนี้คือเหมือนได้กู้ผิวกลับมาอิ่มเอิบอีกครั้ง มันฟินดีจริงๆ 😳


พอเริ่มเข้าสัปดาห์ที่สอง สังเกตุว่าผิวมีความกระชับขึ้น เราจะมีปัญหาเรื่องร่องแก้มที่กวนใจอยู่ลึกๆ ซึ่งใช้แล้วรู้สึกร่องแก้มตื้นขึ้นเบาๆ คิดว่าใช้ไปต่อเนื่องเรื่อยๆ ผิวต้องดีขึ้นแน่ๆ ส่วนตัวเราว่าคุ้มมาก แฮปปี้มากกับการลงทุนกับสกินแคร์ครั้งนี้ ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาเข้าคลินิก ก็บำรุงดีๆได้ด้วยตัวเองทุกวัน 
เพื่อนๆคนไหนที่มองหาเซรั่มบำรุงผิวดีๆ สักตัว หากงบไปถึงอยากแนะนำให้จัดเลยค่ะ!



 



อันยองค่าเพื่อนๆ
มีใครกำลังมองหาครีมบำรุงผิวดีๆ สักตัว ติดโต๊ะเครื่องแป้ง ต้องลองดูรีวิวนี้เลย
เพราะเราได้ลองใช้มาแล้ว คือเวิร์คมากจ้า
นั่นก็คือ ครีมบำรุงผิวแบรนด์ SOLREL Skincare อ่านว่า โซเรล เค้าเป็นแบรนด์ที่พิถีพิถันในการผลิตสกินแคร์เพื่อตอบโจทย์คนทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบางแพ้ง่าย ก็สามารถใช้ครีมสูตรต่างๆ ของทางแบรนด์ได้อย่างสบายใจ 😊❤️ 
ทางเบลล์ได้ลองใช้มา 2 สูตรด้วยกัน เราทดลองใช้มาเป็นกว่า สองสัปดาห์ ซึ่งผิวเราไม่มีอาการแพ้ใดๆ เนื่องจากปกติเราเป็นคนผิวบอบบาง แพ้ง่ายมากๆ และผิวยังคงความชุ่มชื่นได้ดี มีความแข็งแรงด้วยนะ
SOLREL EXTRA PURE AND MILD 
สูตร Soothing + Green Tea + Cica + Organic Aloe Vera
ตัวหลอดสีเขียวนี้เป็นสูตร มสารบำรุงผิว สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
เหมาะกับผิวที่อ่อนแอ ต้องการความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากมลภาวะ แสงแดด หรือ ระคายเคืองจากเลเซอร์ การรักษาผิวหน้ารวมไปถึงผิวที่เป็นสิวด้วยนะ
สูตรสีเขียวนี้มีส่วนผสมที่น่าสนใจ อย่าง Green Tea, Cica, Hyaluronic Acid X 8 จากประเทศเกาหลีด้วยนะ
สูตรอ่อนโยน ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่ใส่สี ไม่ใส่น้ำหอม ไม่ใส่พาราเบนอีกด้วยจ้า
สูตรนี้ก็สามารถทาได้ทั้งหน้าและตัวเลย 
SOLREL PERFECT AURA BRIGHT
สูตร Whitening + Vitamin C + Organic Aloe Vera
หลอดสีส้มเป็นสูตรไวท์เทนนิ่ง ที่ช่วงปรับผิวให้กระจ่างใส ลดจุดด่างดำ 
และให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วย ช่วยปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย แน่นอนว่าสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย
สูตรสีส้มนี้สามารถทาได้ทั้งหน้า และผิวกายเช่นกันค่า 
อันนี้เราพกไปทะเลด้วย ครีมทาแล้วซึมไวไม่เหนียวเหนอะหนะดีนะ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  https://www.solrel.com

พิกัด:
Facebook : https://www.facebook.com/solrelofficial
Instagram : https://instagram.com/solrelofficial
Shopee : https://shopee.co.th/solrel_officialstore
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/solrel
Tiktok : https://tiktok.com/@solrelofficial
Line Official Account : @Solrel



 สวัสดีค่ะเพื่อนๆ 


ห่างหายจากการรีวิวไปนานมาก เพราะเบลล์ไปเรียนที่ออสเตรเลียมาเกือบปีเลย 
และนั่นก็คือสาเหตุที่เราผิวไหม้แดดขั้นสุดเช่นกัน T^T 
(สังเกตทรงเสื้อที่เบลล์ใส่ รอยไหม้จะเป็นตามนั้นเลยค่ะ)
เบลล์เรียนที่เมลเบิร์นก็จริง แต่ Holiday บินไปเที่ยวที่ซิดนียส์มาค่ะ
ใครจะไปคิดว่าแดดที่ Bondi Beach จะทำร้ายล้างได้ขนาดนี้ 
จากนั้นเลยเริ่มศึกษาข้อมูลมาว่า คนประเทศออสเตรเลียเค้ามีปัญหาเรื่องมะเร็งผิวหนังกัน
ค่า UV ในแดดเค้าสูงกว่าที่ไทยเยอะมาก และเบลล์เป็นคนผิวบาง  
ผิวเลยไหม้สุดๆ อย่างที่เห็นกัน

 จึงเริ่มปฎิบัติการกู้ผิวเร่งด่วนสุดๆ และอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ เผื่อเป็นประโยชน์ค่า 
จะมีขั้นตอนยังไงบ้างนั้น..ว่าละไปอ่านรีวิวกันจ้า!
สภาพผิวเบิร์นแดดของเราตามรูปเลยค่ะ 
เรียงลำดับจากวันแรกที่โดดแดดเผา (ยังไม่ได้ทา After Sun หลังออกแดดทันที) ผิวค่อนข้างแดดแสบคันมากๆ ค่ะ ทรมานสุดๆ เป็นการโดนผิวไหม้แดดที่หนักที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ 

จากนั้นผิวจึงค่อยๆ ลดการอักเสบลง สังเกตุว่ารอยแดดจากลดขนาดลง แทนที่ด้วยความคล้ำแดด และผิวแห้งเป็นขุยออกมาค่ะ  เน้นย้ำว่า ห้ามเกา! แม้ว่าจะรู้สึกคันแค่ไหนก็ตาม อดทนไว้ค่ะ! 
ระหว่างนี้การรักษานี้ เราต้องปฎิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ผิวจะได้กลับมาสวยไวๆ ค่า
หลังจากช่วงเวลานั้นประมาณ 2 เดือน
และนี่คือสภาพผิวปัจจุบันเราค่ะ แสงอาจมีการเปลี่ยน แต่โดยรวมคือผิวเริ่มกลับมาสู่สภาพปกติแล้วค่ะ 
เดี๋ยวเรามาอธิบายกันว่าเราใช้อะไร ทำยังไงกันบ้างในการปฎิบัติการกู้ผิวครั้งนี้ 
v
V
ข้อปฎิบัติที่เราทำในทุกวันที่ผิวยังคงอักเสบไหม้แดด
(วิธีนี้เราใช้ส่วนตัวมาแชร์ หากมีวิธีอื่นๆ แนะนำ Comment บอกกันได้นะคะ :)) )

▶ ใช้ผ้าประคบเย็นบริเวณที่ผิวเบิร์น เพื่อ Cool down ผิวลง บรรเทาการอักเสบของผิวเบื้องต้น เราประคบประมาณ 15 นาที เช้า - เย็น
▶ ระหว่างนี้เราอาบน้ำเย็นตลอด (ขั้นตอนนี้เราทรมานมาก เพราะอากาศเมลเบิร์นหนาวมากค่ะตอนนั้น และยังต้องอาบน้ำเย็น แทบตายเหมือนกัน T^T)
▶ พยายามเลี่ยงใช้สบู่(ทั่วไปตามท้องตลาด) ลงบริเวณผิวเบิร์นโดยตรง 
ขั้นตอนการทาผิว ข้ออธิบายเป็นข้อๆ ว่าใช้อะไรยังไงบ้างจ้า
(ไม่ได้เรียงวิธีใช้ตามรูปนะคะ)

A. -  Plunkett's 99% PURE Aloe Vera  
ตัวนี้เป็นเจลว่านห่างจระเข้ สำหรับทาหน้า เป็น ORGANIC เอาไว้สำหรับทาผิวหน้าโดยเฉพาะ สำหรับตัวนี้เราทาหน้าแล้วไม่แสบเลย และช่วงแรกๆ เอามาทาตัวด้วยค่ะ ก่อนใช้เราจะแช่ตู้เย็น แล้วเอามาทาเช้า กลางวัน เย็น สดชื่นมากๆ ระหว่างที่เราผิวเบิร์นแดดเราจะใช้แต่ Aloe gel งดใช้สกินแคร์ตัวอื่นๆ ทั้งหมด เน้นเติมความชุ่มชื้น และปลอบประโลมผิว ทาแบบผิวหน้าแบบนี้อยู่ 4-5 วัน ค่ะ (ผิวหน้าเราไม่มีปัญหาเบิร์นแดด แค่หมองคล้ำลงเล็กน้อย)

ไม่แน่ใจว่าแบรนด์นี้ที่ไทยมีขายไหม (เราซื้อที่ Chemist Warehouse สาขา Flinders ราคาประมาณ $8.00) แต่เราว่าใช้ตัวไหนที่ไทยทดแทนก็ได้ที่หมดจ้า ที่เป็นอโรเวล่าเจล สำหรับทาหน้าที่เป็นออแกนิก เคยใช้แบรนด์นี้อยู่เป็นแบบ Organic ใช้ดีเหมือนกัน  
พิกัด:
Shopee :  https://shope.ee/VdpKRckts
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.kfann

B. - BANANA BOAT  AFTER SUN GEL
ตัวนี้ใครๆ ก็ต้องรู้จัก แน่นอนว่าช่วงแรกๆ ที่ผิวเบิร์นแดดเราใช้ตัวนี้ทาผิวบ่อยมาก(ทาเฉพาะผิวตัว) แช่เย็นก่อนทาเช่นกัน เราโบกลงผิวไปเยอะมากๆ ทาวนไปทั้งวัน สลับประคบเย็น รู้สึกเย็นสดชื่น ชุ่มชื้นผิวประมาณนึง แต่เรารู้สึกยังคงมีกลิ่นน้ำหอมอยู่ แอบคิดว่าทา Aloe ตัวบน (Plunkett's)แล้วสบายใจกว่าค่ะ เพราะผิวเราค่อนข้างอักเสบ หลังๆ เลยใช้ตัวบน (Plunkett's) ทาหน้า มาทาผิวด้วยเลย  แต่ไม่ใช่น้อง BANANA ไม่ดีนะคะ เราว่าเหมาะสำหรับผิวหลังออกแดดที่ไม่เบิร์นหนักอักเสบแบบเรามากกว่า
พิกัด: 
Shopee : https://shope.ee/9zUudhP1jF
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.kfaVE

C. - CERAVE Moisturising Lotion สูตรเหมาะกับทุกสภาพผิว
เซราวีตัวนี้เราลองซื้อมาใช้ เพราะเห็นว่าเค้าบำรุงผิวแพ้ง่าย อ่อนโยนค่ะ และเห็นว่าทาได้ทั้งผิวกาย และผิวหน้า เลยจัดขวดใหญ่มาเลย (เราซื้อที่ Chemist Warehouse สาขา Flinders เช่นกัน ราคาประมาณ $20.99) แต่เห็นว่าที่ไทยมีขายเหมือนกัน หมดแล้วก็หาซื้อง่ายดี 

สำหรับเซราวีตัวนี้เราใช้หลังจากทา Aloe ไปประมาณ 4-5 วัน เราค่อนข้างชอบน้องเค้านะ คือทาผิวที่เบิร์นแดดแล้วอ่อนโยนไม่แสบผิวใดๆ ให้ความชุ่มชื้นกำลังดีกับ"ผิวหน้า"(เราผิวผสม) แต่สำหรับ"ผิวตัว" เราว่ายังไม่เพียงพอ เราว่าเซราวีตัวนี้เหมาะสำหรับทาให้ความชุ่มชื้นผิวในทุกๆวันมากกว่า แต่ผิวตัวเราเบิร์นแดดหนักมากจริงๆ สูญเสียความชุ่มชื้นแบบขั้นสุด(ปัจจุบันก็ยังคงใช้เซราวีทาระหว่างวันสลับกันกับ La Roche-Posayค่ะ)
พิกัด:
Shopee : https://shope.ee/qGfjSeAqc
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.kfZ4J


D. - La Roche-Posay LIPIKAR BAUME AP+M บาล์ม สูตรผิวแห้ง - แห้งมาก
 ลาโรช ตัวนี้เค้าเป็นบาล์ม ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวแบบขั้นสุด คุณหมอผิวหนังแนะนำให้ใช้ตัวนี้ทาผิวด้วยค่ะ ซึ่งบาล์มตัวนี้เค้าช่วยลดการระคายเคืองผิวด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวสูญเสียความชุ่มชื้นสุดๆ แบบเรา ข้อดีของน้องเค้าคือ ช่วยลดอาการคันเวลาที่ผิวแห้ง ผิวอักเสบมากๆ ด้วยนะ แถมทาได้ทั้งหน้า - ทาตัว เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่เราเน้นใช้ทาตัวมากกว่าค่ะ เพราะบาล์มเค้าเนื้อหนักมากจริงๆ 

 วิธีที่เราใช้ก็ถ้าอาบน้ำจะซับผิวบริเวณนั้นให้แห้ง แล้วโบกตัวนี้ลงทันที ทิ้งไว้แห้งสักพัก แล้วสวมเสื้อผ้าค่ะ หลังจากนั้นก็โบกลาโรชตัวนี้ทั้งวันค่ะ ย้ำว่า "โบกหนักๆ" เราพอมีเวลาช่วงไหน ก็จะหยิบขึ้นมาใช้ตลอดๆ คุณหมอแนะนำว่า ให้ทาแบบเหมือนชุบแป้งทอด 555+ เราก็จัดเลยค่ะ แล้วผิวก็ดีขึ้นจริงๆ ลดอาการคันอีกด้วย ถ้าแผลเราหายคิดว่าก็ยังจะซื้อใช้ซ้ำไปเรื่อยๆ เพราะผิวเราค่อนข้างแพ้ง่าย ผื่นขึ้นง่ายค่ะ

เราซื้อมาราคาตอนนั้นที่ซื้ออยู่ที่ 690฿ (200ml) แต่ปัจจุบันเหมือนราคาเค้าขึ้นเพราะมีการ RePackage ปรับราคาขึ้นแล้ว และปัจจุบันเราซื้อเป็นขวดใหญ่หัวปั้มขนาด 400 ml มารู้สึกคุ้มกว่าแบบหลอด เพราะเราใช้เยอะ ฮ่าๆ ราคาประมาณ 1,100 กว่าบาทค่ะ 
พิกัด: 
Shopee: https://shope.ee/2VOtipDIZw  (แบบหลอด)
              https://shope.ee/8pIxGYzcUm (แบบขวดปั้ม)
Lazada: https://s.lazada.co.th/s.kfZz8  (แบบหลอด)
              https://s.lazada.co.th/s.kf00g (แบบขวดปั้ม)

E. - SOOV Burn spray 
สเปรย์ตัวนี้ ยอมรับว่าดีจริงๆ ค่ะ สำหรับผิวเบิร์น ไม่ว่าจะเบิร์ดแดด โดนน้ำร้อนลวกต่างๆ ตัวนี้เค้าจะช่วยลดการระคายเคือง ปลอบประโลมผิว ลดอาการปวดแสบปวดร้อน อาการคันหลังผิวเบิร์นใหม่ๆ เพราะเห็นว่ามีผสมคล้ายๆ ยาชา(ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม)ที่ระงับอาการปวดแสบปวดร้อนทันทีทีใช้ ตัวนี้เภสัชกรที่ Chemist Warehouse สาขา Flinders แนะนำค่ะ จำราคาไม่ได้ นะจะไม่เกิน $16 ไม่แน่ใจ เค้าเดินไปหยิบมาให้พร้อมอธิบายการใช้ ว่าให้ฉีดห่างจากแผลประมาณ 10 ซม. ทั่วแผล รอจนแห้งค่ะ ใช้ฉีดวันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน เราฉีดตัวนี้ในช่วงหลังจากผิวเบิร์นแดดใหม่ๆ ใช้ติดกันประมาณ 1 week ค่ะ ซึ่งตัวนี้เราไม่แน่ใจว่าที่ไทยมีขายไหม แต่สำหรับเราใช้ดีมากๆ เลย ถ้ามีโอกาสไปออสฯ ซื้อมาติดบ้านน่าจะดีค่า ราคาไม่แพงมากด้วย ไม่แน่ใจว่าไทยมีตัวที่คล้ายแบบนี้ไหมค่ะ ถ้ามีแนะนำได้เลยน้า

ตัวสุดท้าย - Mometasone gpo ยาทาผิวหนังลดการอักเสบ อาการคัน
ตัวนี้เป็นยาทา ที่คุณหมอผิวหนังจ่ายมาค่ะ สำหรับลดอาการคัน เราใช้ติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ เราทาเฉพาะตอนเช้า วันละ 1 ครั้ง บางๆ ทั่วผิวเบิร์น  **แนะนำว่าควรใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น** จะปลอดภัยมากกว่า ถ้าใครไม่หนักเท่าเรา ใช้เฉพาะไอเทมด้านบนก็เพียงพอค่า 
วิตามินกินทั้งหมดที่ช่วงนี้เรากินเพื่อกู้ผิว สืบเนื่องจากผิวโดนทำร้ายหนักมาก เลยต้องอัดวิตามินเสริมอีกทางนึงค่ะ โดยส่วนใหญ่จะเน้นวิตามินซีเป็นหลักค่า 

A. - NATURES WAY VITAMIN C 500MG
ตัวนี้เรากินในช่วงแรกๆ ที่ค่ะ เป็นวิตามินซีแบบ "อม" รสส้ม อร่อยๆ เหมือนกินลูกอมเรากินวันละเม็ด บางทีก็ 2 เม็ด แบ่งกินเช้า - เย็น เรียกว่าเป็นวิตามินซีกินเพลินของเรา เวลาอยากหาอะไร อม ตัวนี้คือตัวเลือกแรกที่เราจะหยิบมากินค่ะ เราซื้อที่ Woolworths สาขา QV ราคาประมาณ $10-$11 แต่ในช่องทางออนไลน์ในไทยที่คนหิ้วมาน่าจะมีขายปกติค่า แต่ช่วยเรื่องความอร่อยและกินแล้วสบายใจ ราคาน่ารักถือว่าตอบโจทย์ ฮ่าๆ


B. - Swisse Ultiboost Daily Immune Support 
วิตามินแบรนด์นี้ดังในออสฯ มากๆ แบรนด์ยอดนิยมเลยแหละ ตัวนี้เราหยิบมากินช่วงแรกๆ ที่ผิวถูกเบิร์นเพราะมีวิตามินซี 500 ml ผสมอยู่ เอามากินสลับๆ กับ NATURES WAY ความจริงสรรพคุณหลักตัวนี้เค้าช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันต่างๆ เพราะเราเป็นคนแพ้อากาศ อาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องผิวโดยตรงก็ตาม แต่ที่หยิบเอามาเล่า เพราะเป็นวิตามินที่เรากินในช่วงแรกๆ ที่เกิดอาการ เผื่อเป็นไอเดียให้คนที่สนใจ เราซื้อที่ Chemist Warehouse สาขา Bourke Street ราคา $10 ตอนลด 50% เห็นในไทยมีขายใน Shopee, Lazada หลายร้ายเลยค่ะ
พิกัด: 
Shopee: https://shope.ee/6zrJ6W4H1U
Lazada: https://s.lazada.co.th/s.kfY3v 

C. - Swisse Beauty Collagen Glow With Collagen Peptides
ตัวนี้เป็นคอลลาเจนตัวดังของแบรนด์นี้เลย ซึ่งตัวนี้เค้าอัดวิตามินต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุง ฟื้นฟูผิวหลายตัวมากๆ เพราะด้วยความที่ผิวเราเบิร์น ถูกทำลายมากๆ กินตัวนี้แล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนผิวได้รับการบำรุงจริงๆ เอาจริงๆ อาจจะไม่ได้เห็นผลชัดมากๆ กับรอยเบิร์นผิว เพราะอาจต้องกินอย่างต่อเนื่อง แต่สัมผัสได้ว่าผิวนุ่มขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่า น้องเค้ามีส่วนช่วยฟื้นฟูผิวเราไม่มาก ก็น้อย กินแล้วแฮปปี้ดี แต่ราคาแอบแรงไปหน่อย และกินค่อนข้างยากนิดนึง เพราะกินครั้งละ 3 เม็ด แล้วเม็ดใหญ่มากแม่ 555+ วิตามินตัวนี้เราซื้อพร้อมกับตัวบนเลย ที่Chemist Warehouse สาขา Bourke Street ราคาเราจำไม่ค่อยได้จริงๆ น่าจะ $30 กว่าๆ ดอล (ซื้อตอนลดราคา) 
พิกัด: 
Shopee: https://s.lazada.co.th/s.kfYi0
Lazada: https://shope.ee/5pfLiiDm6s

D. - Blackmores Bio C Acerola PLUS 1500 mg
ด้วยความที่เราอยากได้วิตามินที่ช่วยเสริมเรื่องบำรุงผิว เลยตามหาวิตามินที่มีส่วนผสมของวิตามิน C มากินโดยตรงแทนเจ้าตัว Swisse Ultiboost Daily Immune Support เลยสอยน้อง Blackmores Bio C Acerola มากินแทน ทุกวันนี้เราก็ยังกินอยู่เรื่อยๆ ด้วยความที่คุณหมอบอกว่าให้อัดวิตามินซีเข้าไป เราก็ทำตามอย่างเคร่งครัดคือ กินวิตามินซีเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมแต่ละวัน เป็นการช่วยฟื้นฟูผิวไม่มากก็น้อย ตัวนี้เราว่ากินง่ายดี เม็ดเล็กๆ 1 เม็ด ต่อวัน ซื้อซ้ำมาเป็นขวดที่ 2 แล้ว ราคาเบาๆ 200 - 300 กว่าบาท 
พิกัด: 
Shopee: https://shope.ee/7KU9VbzcJ7
Lazada: https://s.lazada.co.th/s.kfYqv

E. - CHAME' Vita C 3,000 mg
ตัวนี้เป็นวิตามินซีแบบผงๆ รสส้ม เทกรอกปากกินได้เลย ตัวนี้เราไปหารีวิว ซื้อตามกูรูเช็ค เพราะเค้าบอกว่าตัวนี้ดูดซึมวิตามินซีได้ดี กินแล้วไม่กัดกะเพาะ เราก็เลยลองจัดมา 2 กล่อง ตอนนี้กินหมดไปแล้ว 1 กล่อง 10 ซอง (เรากินสลับกับ Blackmores Bio C Acerola PLUS ตัวบนแก้เบื่อ) ที่เราชอบคือ ไม่กัดกะเพาะแบบที่เค้าบอก เพราะเราเป็นกรดไหลย้อน  ตัวนี้กินง่าย เทเข้าปากชิลๆ เหมือนกินขนม ส่วนผสมที่เค้าใส่มาก็เป็นตัวที่ช่วยเรื่องผิวทั้งนั้นเลย แต่เห็นว่า มิลลิกรัมเค้าให้มาเยอะกว่าตัวBlackmores Bio C Acerola PLUS 1,500 mg เลยรู้สึกว่าน่าจะบำรุงมากกว่า แต่ติดตรงที่ว่า รสส้มเค้าไม่อร่อยถูกปากเราเท่าไหร่ 555+(อันนี้อยู่ที่คนชอบเนอะ) แต่ก็ซื้อซ้ำอีกกล่องไว้สลับกินกับตัวบน ตัวนี้เราสั่งใน Shopee ราคากล่องละประมาณ 200 กว่าบาทจ้า 
พิกัด: 
Shopee: https://shope.ee/7KU9Vm8qTQ
Lazada: https://s.lazada.co.th/s.kfYFn

เอาภาพ Before - After (ปัจจุบัน)
มาเทียบให้ดูก่อน จะเห็นว่าผิวยังคงมีรอยคล้ำจากแดดอยู่ สีผิวยังไม่สม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยเวลา พยายามเลี่ยงออกแดด และทาครีมอย่างสม่ำเสมอ สังเกตุว่าผิวเราจะมีขี้แมลงวันขึ้นมาอีก 1 จุด จากการเบิร์นแดดครั้งนี้ อยากจี้ออกมาค่ะ แต่คงต้องรอผิวกลับมาแข็งแรงก่อน 

ในส่วนของรอยดำจะค่อยๆ จางหายไปอาจใช้เวลานานกว่า 5-6 เดือน หรืออาจถึงปีเลย ตอนแรกอยากทำเลเซอร์มาก แต่ไม่สามารถทำได้เพราะปรึกษาทางคลินิกแล้วว่าไม่ควรทำค่ะ เพราะผิวยังไม่แข็งแรง ควรบำรุงผิวให้กลับมาแข็งแรงสำคัญที่สุดค่ะ เราเลยเบนเข็มไปที่การใช้ครีมลดรอยดำต่างๆ เรามีใช้สลับเปลี่ยนไปหลายตัวมากๆ แต่ยังไม่ขอหยิบมาเล่าในรีวิวนี้เพราะมันน่าจะยาวมากๆ 
รวมไอเทมทั้งหมดที่เราใช้กู้ผิวไหม้แดดในครั้งนี้ค่ะ 
ทั้งหมดนี้เราซื้อเองโนสปอนใดๆ เกิดจากการลองผิด ลองถูกเอง บวกกับมีการไปปรึกษาคุณหมอด้วยค่ะ ตัวไหนที่มีขายในไทยเรามีแปะลิงค์ไว้ให้ค่ะ 
หากเพื่อนๆ มีอะไรแนะนำเพิ่มเติม Comment มาแชร์กันได้เลยน้า 
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ ตั้งใจทำมากๆ เลย 
มีอะไรสงสัยตรงไหนถามเราได้เลยน้า 

เจอกันใหม่รีวิวหน้าจ้า
 



 สวัสดีค่ะทุกคน
ใครมีปัญหาเรื่องริ้วรอย หย่อนคล้อย ผิวดูโทรมไม่สดใส 
วันนี้เรามี #สูตรลับหน้าเด็ก มาแชร์เพื่อนๆ ให้ได้อ่านกันค่า 
ใครที่อายุ 30+ แล้วมีปัญหานี้ ห้ามพลาดเลยนะ!!
เกริ่นก่อนว่าตอนนี้ปัญหาหลักของเราคือ กังวลเรื่องริ้วรอย ผิวไม่กระชับมากๆ เพราะอายุก็มากขึ้นทุกวัน แถมช่วงที่ผ่านมาเราค่อนข้างทำงาน และพักผ่อนไม่เพียง ผิวดูโทรมไม่สดใส  ช่วงที่ผ่านมาเราได้มาลองใช้เซรั่มแบรนด์ไทยที่มาแรง อย่าง
แบรนด์ เฮอร์บาลิส สยาม (HERBALIST SIAM) 
ความพิเศษของเซรั่มตัวนี้คือ เค้าเป็นเซรั่มสเต็มเซลล์จากเทคโนโลยีลิขสิทธิ์สารสกัดไฟโตเซลล์จากข้าวหอมมะลิแดง ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดสารสกัดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำระดับโลก ที่ช่วยฟื้นฟูปัญหาผิวได้ถึงระดับเซลล์ แถมทางแบรนด์ยังได้รับรางวัล นวัตกรรมเครื่องสำอางจาก NIA อีกด้วยนะ คุณสมบัติคือปังไม่ไหว!
คุณสมบัติหลักๆ ของ เฮอร์บาลิสสยาม (HERBALIST SIAM) เซรั่มสเต็มเซลล์ข้าว ตัวนี้มีอะไร และเหมาะกับใครบ้าง เบลล์มาสรุปให้ฟังกันค่ะ
- บำรุงผิวให้อิ่มฟู อิ่มน้ำ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ อยากให้ผิวดูเฟรซ สดใส
- มีส่วนช่วยในการลดเรือนริ้วรอย ให้ผิวดูเด็กขึ้น 
- บำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ลดรอยจุดด่างดำจากสิว ให้แลดูจางลง 
ขวดเซรั่มเค้าใช้งานง่ายมากๆ เป็นหลอดหยดแบบนี้เลยค่ะ
โดยปกติเราจะใช้เซรั่มครั้งละ 1-2 หยดในตอนเช้า และช่วงก่อนนอนจะใช้ประมาณ 3-4 หยดค่ะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเนอะ
เซรั่มเค้าไม่ใส่น้ำหอมใดๆ มีกลิ่นแบบธรรมชาติคล้ายข้าวหมักอ่อนๆ ที่เราชอบนะ 
ให้ฟีลรู้สึกธรรมชาติดี 
เราว่าเนื้อเซรั่มเค้าเกลี่ยลงผิวง่าย ซึมไวมาก ไม่ทิ้งความหนึบผิวใดๆ ให้ฟีลลิ่งดี
ทาก่อนแต่งหน้าก็ไม่ทำให้เครื่องสำอางค์ไหลเยิ้มใดๆ  
ก่อน และหลังใช้ 2 อาทิตย์
เรามาสรุปก่อน และหลังใช้มาทั้งหมดร่วมครึ่งเดือนกันค่ะ พูดถึงภาพรวมก่อนว่า เราชอบตรงที่หยิบใช้งานง่าย ซึมผิวไว และปกติเราเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมาก แต่สำหรับผิวเราสามารถใช้เซรั่มตัวนี้ได้อย่างสบายใจ 

ส่วนเรื่องผลลัพธ์ในเรื่องของริ้วรอย ส่วนตัวเรากังวลเรื่องปัญหาริ้วรอยก่อนวัยต่าง ๆ เนื่องจากอายุ 30+ แล้ว แต่ยังไม่มีริ้วรอยชัดเจนเท่าไหร่ จึงยังไม่สามารถบอกผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ แต่หลังจากใช้เซรั่มตัวนี้ก็ไม่พบว่ามีริ้วรอยเพิ่มเติม และผิวมีความยืดหยุ่นดี คิดว่าใช้ต่อไปเพื่อเป็นการช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก็ถือว่าตอบโจทย์ 
เรื่องผิวโทรม จากความเหนื่อยล้า ทำงานหนัก เราว่าจุดนี้ค่อนข้างเห็นผลสำหรับเรา เพราะรู้สึกได้ว่าผิวมีความอิ่มน้ำมากขึ้น จับผิวแล้วนุ่มๆ แต่งหน้าติดดีขึ้น โอเคสำหรับเรามากๆ
สรุปคือเราว่าถือว่าเป็นสกินแคร์ที่น่าสนใจตัวนึงเลย คุณสมบัติเค้าอัดแน่น มีรางวัลการันตีคุณภาพ ซึ่งทั้งนี้เราว่าใครกำลังมองหาเซรั่มดีๆ คุณสมบัติน่าสนใจสักตัว เซรั่มสเต็มเซลล์ข้าว ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ แถมราคาเค้าก็จับต้องได้ ราคาขวดละ  1,200 บาท / ขนาด 30 ml

ช่องทางติดตามข่าวสาร และช่องทางจัดจำหน่าย
Facebook : https://www.facebook.com/herbalistsiam
Instagram : https://www.instagram.com/herbalist_siam/
Website : https://herbalistsiam.com/
LINE / SHOPEE / LAZADA : https://linktr.ee/herbalistsiam
Tel : 096-951-4224
เวปไซต์ https://www.facebook.com/herbalistsiam




#สูตรลับหน้าเด็ก #เซรั่มสเต็มเซลล์ข้าว #herbalistsiam #เฮอร์บาลิส สยาม

บทความที่ใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

ABOUT ME

Hello! I'm beru bell. I hope you enjoy on my blog. Contect me for Work ID Line : belldezign

SUBSCRIBE & FOLLOW

Facebook

Beru bell

POPULAR POSTS

  • [[Review]] รีวิว Colly Plus Lycopene 6,500 mg.คลอลาเจนสูตรใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพื่อผิวขาว เนียนใส ไร้สิว แก้มอมชมพู ++
  • พาทัวร์ร้าน Medium and More (มีเดียม แอนด์ มอร์) สามย่านมิตรทาวน์ | Beru bell
  • [[Review]] รีวิว มาส์กหน้าสุดฮิตจากประเทศเกาหลี Faith in Face Hydrogel Mask
  • หอมแบบสาวลึกลับ มีเสน่ห์ น่าค้นหา ด้วย Oriental Princess Story Of Happiness กลิ่น Wonder Berry
  • รีวิว ป้องกันเชื้อโรค COVID-19 ด้วยการพกกระติกนำเก็บอุณหภูมิ ไปใช้ส่วนตัวกันจ้า (TIGER)
  • [[Review]] ย้อมผมสวยสไตล์สาวเกาหลี แบบออร์แกนิค By Green Pastures by Hajin (ร้านทำผมสไตล์เกาหลี)
  • [[Review]] พาไปทำคอร์สทรีตเม้นต์ หน้าใส สไตล์เกาหลี Magnitoporation Korean Nano White Serum @ ธนพรคลีนิก
  • [[Review]] รีวิว ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี 3 Geori Butcher’s ร้านโปรดของเหล่าศิลปิน YG !
  • พาชมบรรยากาศเปิดตัวไลน์ LANCÔME Absolue | Beru bell
  • [[REVIEW]] รีวิวมาเข้าคอร์ส กระชับสัดส่วน ต้นแขน ต้นขากันที่ SparSha Slimming Center กันจ้าา

[[Review]] รีวิว มาส์กหน้าสุดฮิตจากประเทศเกาหลี Faith in Face Hydrogel Mask

By Beru.u ที่ ตุลาคม 10, 2560
รูปภาพ

[[Review]] รีวิว ผิวขาวนุ่มเนียนใสด้วย คอลลี่ กลูตา ซี (COLLY GLUTA C) พกสะดวก แค่วันละ 1 เม็ดก่อนนอน

By Beru.u ที่ ตุลาคม 08, 2560
รูปภาพ

[[Review]] รีวิว สารพัดประโยชน์ ของน้ำเกลือ Klean&Kare 8 ข้อ มาดูกัน!

By Beru.u ที่ มกราคม 25, 2560
รูปภาพ
ขับเคลื่อนโดย Blogger

Contact

ค้นหาบล็อกนี้

Oddthemes

Random Products

Designed by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates